การพัฒนาตนเอง (SELF DEVELOPMENT)

คนเราถ้าจะเก่งต้องประกอบด้วย 3 เก่งคือ

เก่งตน (Self Ability) หมายถึง เป็นผู้ที่ชอบศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ทันโลกทันคน โดยเริ่มจากการพัฒนาตนเองก่อน การพัฒนาตนเองนั้นพัฒนาได้ ๓ ทางคือ

ทางกาย องค์ประกอบที่สำคัญคือ รูปร่าง พัฒนาให้ดีขึ้นโดยใช้การแต่งกายช่วยลดจุดด้อยหรือเสริมจุดเด่น หน้าตาสดชื่นแจ่มใส สะอาดหมดจด อากัปกิริยา การแสดงออกเข้มแข็งแต่ไม่แข็งกระด้าง อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ การยืน การเดิน การนั่ง ต้องมั่นคง เรียบร้อย การแต่งกายต้องสะอาดเหมาะสมกับกาลเทศะ เหมาะสมกับรูปร่างและผิวพรรณ

ทางวาจา การพูดดีต้องมีองค์ประกอบ ๔ ประการคือ  พูดแต่ดี  มีประโยชน์  ผู้ฟังชอบ และทุกคนปลอดภัย   ก่อนพูดทุกครั้งต้องคิดก่อนพูด  คนที่พูดดี  มีปิยะวาจา เป็นลมปากที่หวานหูไม่รู้หาย เป็นที่รักใคร่ชอบพอแก่ทุก ๆ ฝ่ายที่ได้ยินได้ฟัง

ทางใจ การพัฒนาทางใจก็มีองค์ประกอบหลายประการ เช่น ความมั่นใจ  ถ้ามีความมั่นใจในตนเอง จะทำอะไรก็สำเร็จ ความจริงใจ  คือ  เป็นคนปากกับใจตรงกัน  ความกระตือรือร้น  กระฉับกระเฉง   แจ่มใส มีชีวิตชีวา ความมานะพยายามไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค ความซื่อสัตย์สุจริต ความสุขใจ ความอดกลั้น ความมีเหตุผล การมีสมรรถภาพในการจำและมีความคิดสร้างสรรค์

เก่งคน (Self Ability) หมายถึง  มีความสามารถที่จะทำตัวให้เข้าไหนเข้าได้   เป็นที่รักใคร่ชอบพอแก่ทุกฝ่าย  มีมนุษยสัมพันธ์ในครอบครัว   พ่อแม่ควรรู้หลักจิตวิทยาในการปกครองลูก ให้ความรัก ความอบอุ่นแก่ลูก ลูกก็ไม่ทำตนให้เป็นปัญหาให้พ่อแม่ และมีมนุษยสัมพันธ์ในการทำงาน สามารถทำตนให้เข้ากับคนได้กับทุกคน หากมีผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาก็รัก หากมีลูกน้อง ลูกน้องก็รัก เพื่อนร่วมงานก็รัก บุคคลภายนอกหรือลูกค้าก็รัก ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์กับตนเองและธุรกิจเป็นอย่างยิ่ง

เก่งงาน (Task Ability) หมายถึง ผู้ที่รักงาน ขยันทำงาน และรู้วิธีทำงาน มีความขยันหมั่นเพียร มานะ อดทน ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค

 

กฎ 4 ข้อของการระดมมันสมองคือ

1.ห้ามตัดสินว่าความคิดเห็นนั้นดีหรือไม่ดี

2.ให้มีการวิจารณ์อย่างเสรี และไม่มีขอบเขตจำกัด

3.พยายามให้ได้ความคิดเห็นมากที่สุด

4.วิเคราะห์ความคิดเห็นที่แตกต่างกัน หาข้อสรุป แล้วนำมาแก้ไขปรับปรุงสิ่งที่ไม่ดีให้ดีขึ้น

 

 

จิตใจ คือจุดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาคนแบบยั่งยืน

            วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราได้มาเรียนด้วยกันแล้ว รู้สึกหวิวๆ แต่ว่า อย่างไรก็คงต้องยอมรับความจริง….  ในสิ่งที่เรียนรู้ได้ในวันนี้ คือความพร้อมในการทำงาน การลำดับเวลาและความสำคัญ การฝึกซ้อม การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและการทบทวนในเรื่องที่ผ่านๆมา แต่ที่มีค่าและมากกว่าเนื้อหาใดๆ นั่นคือ มิตรภาพและความรู้สึกดีๆที่มีให้กันระหว่างอาจารย์กับนักเรียน พี่ๆที่มีให้น้อง และระหว่างเพื่อนด้วยกัน ช่วงเวลาหลังจากเรียนเสร็จ อาจารย์แนะนำให้พวกเราถ่ายรูปไว้ ผมดีใจมากๆ แต่ว่า.. เสียดาย อาจารย์น่าจะมาถ่ายรูปกับพวกเราด้วย และต่อจากนั้น ช่วงเวลาที่เฮฮากันอย่างครื้นเครงนั่นคือ หมูกระทะ เย! ดีใจและมีความสุขที่สุด ลืมเรื่องเครียดๆที่จะต้องสอบ เรื่องเครียดๆว่าต้องส่งงาน เรื่องรายงานที่ยังไม่เสร็จ รวมแล้วหลายๆเรื่อง หายไปหมดเลยครับ ช่างมีความสุขอะไรอย่างนี้

            วันนี้วันที่ผมอับบล๊อก ไม่ใช่วันที่เพิ่งเรียนเสร็จในวันนั้น แต่ความรู้สึกไม่ต่างจากวันนั้นเลย เคยมีคำถามที่ถามผมว่า ถ้าย้อนเวลาได้ จะย้อนเวลากลับมาลงวิชานี้หรือเปล่า? ผมดีใจที่ตอนนั้นกับตอนนี้ผมยังยืนยันคำตอบเดิม คือผมขอที่จะลงวิชานี้เหมือนเดิมครับ ^^ คุณครู

dscf1384.jpg

         วันนี้ทำให้ผมทราบปัญหาเกี่ยวกับการเงินในมหาวิทยาลัยที่ไม่คาดคิด และทราบถึงหลักการของการเบิกจ่ายเงินอย่างไร ให้ถูกวิธี ที่จะทำให้สามารถเบิกจ่ายได้

 

          นอกจากนี้อาจารย์เพ็ญจันทร์ยังมาให้ความรู้ในมุมมองที่ผมเคยเห็นแต่ไม่เคยจัดกลุ่มทางความคิดได้ อาจารย์ช่วยให้เกิดระเบียบทางความคิดมากขึ้น และผมก็พยายามนำไปใช้ในการทำงานในส่วนที่ผมมองข้าม เช่น การฉลองหลังเสร็จงาน ผมก็ได้นำมาใช้จริง แต่ว่า วันนั้นที่ทำมือ ผมก็ได้บอกเพื่อนๆว่าจะฉลองกัน ช่วงแรกก็เฮ มีแรงกันอยู่ แต่พอสักดึกๆๆๆๆ ก้อเริ่มคงหมดหวังก็เลยยังไม่ได้ฉลองกันซะที ส่วนเรื่องอื่นๆ ผมก็พยายามนำไปปรับปรุงแต่บางครั้งเวลาและสถานที่ไม่เอื้ออำนวยจริงๆ ผมไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่จะเป็น Leader ได้ตลอดเวลา แต่ผมก็มาเป็น Leader ให้กับตัวเองได้ตลอดเวลาครับผม

คุณสมบัติของผู้บริหารที่ดีประกอบด้วย

1.       B – Broad  มีวิสัยทัศน์กว้างไกลดุจพญาอินทรี

2.       I – Innovation  ความคิดริเริ่มที่ดีอยู่ตลอดเวลา

3.       R – Realistic  คิดเรื่องที่เป็นได้  ทำได้  และมีกลยุทธ์

4.       D – Decision  Making  ตัดสินใจทันต่อเหตุการณ์

5.       S – Strategic  Approach  คิดและทำอย่างมีระบบ

การเป็นนักบริหารที่ดี

         ”ต้องบริหารแบบผู้ชนะ  ต้องมีความคิดในเรื่องที่ดีตลอดเวลา”  ยึดหลักตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ซึ่งพระองค์ทรงตรัสให้ทุกคนทำตนเป็นพลเมืองดีของชาติ  ช่วยเหลือหรือทำอะไรก็แล้วแต่ไม่ต้องบอกใครเหมือนปิดทองหลังพระ  ทำความดีไม่ต้องประกาศให้ใครรู้  เรารู้แก่ใจตนเอง  และนั่นคือเป็นกำลังใจให้แก่ตนเอง

          การทำงาน ก็ไม่ต่างจากการทำความดี ดอกบัวมี 4 เหล่า เหมือนที่คนเราทำงาน ก็มีหลายประเภทเช่นกัน อยากเป็นคนประเภทไหน ก็ควรประพฤติตนให้เป็นดังดอกบัวประเภทนั้น หากไม่เริ่มวันนี้ ก็ไม่ต่างจากคนชั่วที่อยู่ในตรม รอวันที่จะเป็นฐานให้คนอื่นเหยียบต่อไป

 

คำถามง่ายๆ ที่คุณก็สามารถต่อยอดทางความคิดเองได้

วันนี้ คุณได้ทำอะไรให้ตัวเองบ้าง

วันนี้ คุณได้ทำอะไรให้คนอื่นมากกว่าตัวเองไหม

วันนี้ คุณมีมุมมองความคิดในชีวิตไปในทางที่ดีหรือยัง

วันนี้ คุณหาคำตอบในการทำงาน ไว้หลายๆทางเลือกหรือเปล่า

วันนี้ คุณได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ + ความเป็นจริงไปพร้อมๆกันไหม

วันนี้ คุณได้ใช้หลักการของหมวก 6 ใบหลังจากที่เรียนมาในการทำงานบ้างยัง

วันนี้ คุณมีวิธีการทำงานเป็นกลุ่มที่แท้จริง หรือแค่มีไว้ให้รู้ว่าคิดคนเดียวแต่มีหลายคนกันแน่

วันนี้ คุณหยุด! หยุดที่ฟังคนอื่น มากกว่าที่ตนเองจะพูดแล้วหรือยัง แล้วก่อนจะพูด คิดก่อนหรือเปล่า

วันนี้ คุณทำความดีเหมือนอนุสาวรีย์ที่หยุดอยู่กับที่หรือเปล่า คุณได้ทำให้ชีวิตคุณดีต่อยอดจากเดิมบ้างไหม

แล้ววันนี้…………คุณทำงานอย่างมีความสุขแล้วหรือยัง ถ้ายัง ลองเปลี่ยนแนวความคิด นำสาระที่อ่านๆมาปรับเปลี่ยนดูไหมครับ  

emoticon-0176.gif  ขอขอบคุณพี่ๆวิทยากรจากสถาบันการเรียนรู้ในการแนะนำความรู้นะครับ

โครงสร้างแห่งความสุขและความสร้างสรรค์

          ทุกวันนี้ ทุกคนถูกทำให้รู้สึกว่าไร้ศักยภาพ และไร้ศักดิ์ศรี เพราะว่าโครงสร้างอำนาจและโครงสร้างเงิน องค์กรต่างๆ ในสังคมล้วนเป็นองค์กรอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรทางการเมือง ทางราชการ ทางการศึกษา ทางธุรกิจ และทางศาสนา นอกจากนั้น ยังมีโครงสร้างอำนาจเงินที่กดทับคนทั้งหมด ในโครงสร้างอำนาจนี้ก่อให้เกิดความบีบคั้น ความไร้ศักยภาพ ความหงุดหงิดรำคาญใจ และความรู้สึกสิ้นหวัง (hopelessness) ทั้งหมดล้วนทำลายสุขภาพจิต ทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และศักยภาพแห่งความสร้างสรรค์

          INN เป็นโครงสร้างที่ทำให้หลุดจากความบีบคั้นดังกล่าว ไปสู่ความสุขและความสร้างสรรค์

I = Individual หรือ ปัจเจกบุคคล
แต่ละคนมีคุณค่า มีศักด์ศรี และมีศักยภาพ เราต้องตั้งใจของเราไว้ให้ดี มีความเพียรอันบริสุทธ์ มีความสุขจากการแสวงหา ความรู้และการทำความดี เราอย่าติดอยู่ในยศศักดิ์ อัครฐานหรือตำแหน่งอันเป็น “รูปแบบ” (form) ต้องไปสู่แก่นสัจจะ คือความเป็นมนุษย์ ของแต่ละคน คนแต่ละคนถ้ามีศักดิ์ศรี และทำดีจะมีผลมาก ถ้าเราระลึกรู้อย่างนี้จะประสบอิสรภาพ ความสุข และความสร้างสรรค์

N = Nodes หรือ กลุ่ม
คน ๔–๕ คน หรือ ๗–๘ คน ที่ถูกจริตกัน ควรมารวมกลุ่มด้วยความสมัครใจ สมาชิกอาจข้ามสาขาและข้ามองค์กร สมาชิกกลุ่มพบปะกันบ่อยๆ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ชวนกันทำอะไรที่สร้างสรรค์เมื่อรวมใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ จะมีความสุขและความสร้างสรรค์เหลือหลาย ความเป็นกลุ่ม และความหลุดพ้นจากการบีบคั้นที่ดำรงอยู่ในองค์อำนาจทางดิ่ง ควรมีกลุ่มอันหลากหลายให้เต็มสังคม คนคนหนึ่งอาจเป็นสมาชิกได้หลายกลุ่มตามความสมัครใจ

N = Networkt หรือ เครือข่าย
ปัจเจกบุคคล (I) ก็ตาม กลุ่ม (N) ก็ตาม ควรเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายกับบุคคล หรือกลุ่มอื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน แต่ละคนแต่ละกลุ่ม อาจเป็นสมาชิกของหลายเครือข่ายตามความสมัครใจ

          INN หรือ บุคคล – กลุ่ม – เครือข่าย จะเป็นโครงสร้างที่ไม่มีใครมีอำนาจเหนือใคร ทุกคนและทุกกลุ่มเข้ามาเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย มีการเรียนรู้ร่วมกัน โครงสร้างอย่างนี้จะมีความสุขความสร้างสรรค์ เป็นโครงสร้างที่มีจิตวิญญาณ และมีพลังที่จะเยียวยาโลกที่เจ็บป่วย

 

ขอขอบคุณ http://www.skyd.org/html/sekhi/62/014-Jitviwat-praves.html

 

          วันนี้ทีมสังเคราะห์ได้มาเสนอถึงความก้าวหน้าของโครงการ แต่ก็ผิดแผนนิดหน่อยเรื่องลำดับขั้นตอนงานที่ทำ เนื่องจากคิดว่า จะฟังอาจารย์มาบรรยายก่อน แล้วค่อยประชุม แต่ทว่า… ก็ไม่เป็นปัญหาครับ ผมคิดว่าทีมเราทำการบ้านมาดี แต่ผมเองก็ยังผิดพลาด ไม่สามารถตอบคำถามได้ชัดเจน

          เวลาต่อมา หลังจากท่านอาจารย์ ขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษ ได้แนะนำความรู้ถึงหลักการเป็นผู้นำที่ดี ควรมีองค์ประกอบใดบ้าง ทำให้พงศ์คิดว่า ในตัวพงศ์เอง ยังขาดเรื่องความมั่นใจในการตัดสินใจครับ คิดว่ายังไม่เด็ดเดี่ยวพอ แล้วใช้เวลาในการคิดวิเคราะห์นานเกินไป บางครั้งบางสถานการณ์ไม่มีเวลาว่างให้เราเยอะขนาดนั้น เราจะทำอย่างไร… (พงศ์จะนำไปปรับปรุงตัวครับ) และอีกเรื่องหนึ่งคือ เรื่องที่นำต่างชาติมาจัดการเลือกตั้ง พงศ์ยกมือนะครับ ว่าเห็นด้วย แต่พงศ์ยังไม่ได้แจ้งว่าทำไม…  พงศ์คิดว่า เหตุผลที่น่าจะนำเข้ามาคือ เพื่อดูเป็นแนวทางในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ดูข้อดีที่เขาจะนำมาใช้ และเปรียบเทียบแก้ไขข้อด้อยที่เราเป็นอยู่ แต่สิ่งสำคัญ คือ ห้ามให้เขาจัดการเบ็ดเสร็จ เพราะเราจะไม่ได้ประโยชน์อันใดและยังเสียประโยชน์อย่างมหันต์อีกด้วย

          เรื่องที่อยากฝากไว้เรื่องสุดท้ายคือ เราเรียนวิชานี้เพื่อพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำในตัวเอง ซึ่งเรากำลังทำโครงการดีๆเพื่อสังคมอยู่ แต่ว่า เราเริ่มต้นที่จะเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่เพื่อนหรือรุ่นน้องแล้วหรือยัง….

( ไม่ต้องมองคนใกล้ตัว แต่ต้องเริ่มมองที่ตัวคุณเองก่อน )

( อย่าเพิ่งไปเตือนใคร ถ้าตัวเองยังทำให้ดีไม่ได้ )

12.jpg

( และจงเลือกทางที่ถูกด้วยเหตุผล มากกว่าการเลือกที่คนมีเสียงข้างมาก )

อย่าลืม……………………….อย่าลืม
ไปใช้สิทธิ์ของตนในวันที่ 19 สิงหาคม 2550

ในการออกเสียงประชามติรับ/ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ
เพราะคุณ คือ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากร่างฉบับนี้
1 เสียงของท่าน 1 วันของคุณ จะมีความหมาย

ต่ออนาคตของชาติและอนาคตของคุณ
โปรดทำหน้าที่ของคุณให้ดีที่สุด
” ขอบคุณครับ “

                e3737cfea76873361bf9f313cb8eb917.jpg monkey-9853.gif

 

 

 

            วันนี้เป็นเรื่องของการให้อาจารย์ช่วยหาช่องโหว่ของโครงงานและเป็นการเติมเต็มองค์ประกอบของโครงงานที่เหลือ เช่น วันเวลาการดำเนินการต่างๆ ซึ่งวันนี้ทำให้ผมได้รับความรู้เรื่อง Microsoft Project ซึ่งผมได้พยายามหา Download ไว้ที่เครื่องแล้ว แต่ยังไม่ใช่ Version Full ใครมี URL ช่วยแจ้งมาที่ผมทีนะครับ ขอบคุณครับ

แล้วช่วงนี้ก็ใกล้ช่วงสอบแล้ว เพื่อนๆอย่าลืมอ่านหนังสือกันนะครับ
แต่ก่อนอื่น ลองทำโจทย์ข้อนี้ประลองปัญญาก่อนดีกว่า…
อะไรเอ่ย…ที่หายไป

math.jpg

 

            องค์ประกอบที่ผู้นำควรเป็น คือ เป็นผู้ใฝ่หาความรู้  มีความเข้าใจ (เข้าใจว่า เราต้องการอะไร บุคคลที่ร่วมงานต้องการอะไร บุคคลที่สามต้องการอะไร) มีความสามารถด้านต่างๆ ( เช่น ด้าน IT ด้านภาษา ด้านความคิดกระบวนการต่างๆ ด้านฝีมือทักษะการทำงาน เป็นต้น) มีความพร้อม พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง แต่ต้องเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี รู้จักนำนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาใช้ และเวลามองภาพรวม มองทั้งด้านของตนเองและด้านของสังคมส่วนรวมด้วย

            การจัดการความรู้ (KM) คือ กระบวนการนำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั่นเอง  ซึ่งรูปแบบของกระบวนการ คือ การจัดหาความรู้  การจัดการความรู้  และการแจกจ่ายความรู้  ซึ่งหลักการนี้ เราสามารถประยุกต์ใช้ได้ทุกองค์กร

            “When spider webs unite, they can tie up a lion”  เป็นสุภาษิตที่ว่าด้วยการบริหารทีมงาน ขนาดแมงมุมตัวเล็กๆ ยังสามารถดักจำสิงโตได้ ทำไมมันถึงทำได้ เพราะว่ามันมีความสามัคคีกัน เช่นเดียวกัน การทำงานเป็นทีมต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันของทุกฝ่าย งานถึงจะสำเร็จบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้

ที่จริงวันนั้นผมไม่ได้ไปเรียนหรอกครับ  
ผมก็เลยศึกษาจาก Blog รุ่นพี่และเพื่อนๆ
ขอโทษที่ไม่ได้ไปเรียนและขอบคุณทุก Blog ที่ได้ Post ไว้
หลังจากไปเรียนในวันที่ 28 กรกฎาคม 2550 นะครับ

ขอขอบคุณท่านอาจารย์อำนาจ ศรีพูนสุข ที่มาให้ความรู้ 

          โดยการเรียนรู้ในวันนี้ เป็นลักษณะการเชิญวิทยากรที่มีประสบการณ์ด้านภาวะการเป็นผู้นำมาแนะนำ โดยท่านให้คำแนะนำหลายๆด้าน เช่น การเป็นผู้นำที่ดีจะต้องไม่ดีแต่ปาก ต้องลงมือปฏิบัติด้วย การวางแผนที่ดี ภาวะผู้นำในโลกปัจจุบัน การเขียนโครงงาน ส่วนประกอบของโครงงาน ความสำคัญและความหมายของแต่ละส่วนของโครงงาน รวมทั้งประสบการณ์ของท่านในการทำงานและแก้ปัญหาในลักษณะต่างๆ เช่น ถ้าพบผู้นำที่บ้าอำนาจ เราควรปฏิบัติโต้ตอบอย่างไร เป็นต้น

          ขอขอบคุณท่านอาจารย์ที่เมตตาให้ยื้มหนังสือมาอ่านก่อนนะครับ แต่ว่า ผมยังอ่านไม่ไปถึงไหนซะทีเลยครับ เพราะผมสอบอาทิตย์นี้พอดี และเท่าที่ผมอ่านนะครับ หนังสือแคปซูลสู่ความเป็นผู้นำ ผมว่า เขียนน่าสนใจดีนะครับ ทำยังกะเป็นการ์ตูนเลย มีสูตรนู้นสูตรนี่ เขียนน่าสนใจดีครับ แนะนำเพื่อนๆลองหาซื้อมาอ่านกันนะครับ

 

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.